สาเหตุที่ทองเหลืองกัดเงาด้วยกรดแล้วเกิดคราบแดง

ทองเหลืองเวลาใช้กรดกัดจะมีคราบสีแดงหรือสีชมพูที่เหลืออยู่บนผิวทองเหลืองหลังจากทำความสะอาด หรือการจุ่มในกรดกำมะถันเพื่อทำความสะอาดและกัดเงา มีสาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์ทางเคมีที่เรียกว่าการกัดกร่อนแบบสูญเสียสังกะสี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า คราบทองแดง

สาเหตุหลัก: การสูญเสียสังกะสี ทองเหลืองเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงและสังกะสี ซึ่งคราบแดงที่เห็นก็คือทองแดงบริสุทธิ์ที่หลงเหลืออยู่บนผิวชิ้นงาน โดยกระบวนการเกิดคราบแดงมีดังนี้:

  • 1. ทองเหลืองถูกกัดกร่อน: เมื่อชิ้นงานทองเหลืองสัมผัสกับสารละลายที่เป็นกรดเข้มข้น เช่น กรดกำมะถัน หรือกรดอื่นๆ ที่ใช้ล้างและกัดเงา ทั้งทองแดงและสังกะสีจะถูกละลายออกจากผิวโลหะ
  • 2. สังกะสีละลายออกไปมากกว่า: ธาตุสังกะสีมีความว่องไวต่อปฏิกิริยาเคมีมากกว่าทองแดงในสภาวะที่เป็นกรด ดังนั้นสังกะสีจึงถูกละลายออกไปในสารละลายได้ง่ายและเร็วกว่า
  • 3. ทองแดงกลับมาเกาะผิว: หลังจากสังกะสีส่วนใหญ่ถูกกำจัดออกไปแล้ว ทองแดงซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักและทนทานต่อกรดมากกว่า จะถูกขับกลับมาเกาะรวมตัวกันที่ผิวของชิ้นงานอีกครั้งในรูปของทองแดงบริสุทธิ์
  • 4. เหลือเป็นคราบแดงหรือชมพู: ชั้นของทองแดงบริสุทธิ์ที่เกาะกลับมานี้จะมีลักษณะเป็นสีแดงหรือสีชมพู ทำให้เห็นเป็นคราบอย่างชัดเจนหลังผ่านการกัดกรด

การแก้ไขด้วย Laser B

LASER B น้ำยากัดหรือจุ่มเงาทองเหลือง เป็นสารประกอบของเหลวเข้มข้นที่มีความเป็นกรด ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อทำงานครอบคลุมสามขั้นตอนหลัก คือ การกำจัดฟิล์มออกไซด์ที่เกิดจากการกัดทองเหลือง การกำจัดคราบทองแดงสีแดงที่มักพบหลังจากการจุ่มกรดกำมะถัน และการปรับสภาพผิว ซึ่งช่วยให้ได้ผิวทองเหลืองที่เงางาม สวย และมีความทนทานสูงกว่าวิธีการจุ่มด้วยกรดกำมะถันแบบดั้งเดิมทั่วไป

คุณสมบัติพิเศษของน้ำยา Laser B

  • ไม่มีควันพิษ เพราะไม่มีส่วนผสมของกรดไนตริก ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
  • ความเงางามคงทนต่อสภาพอากาศปกติได้ยาวนาน ไม่ต้องพึ่งพากรดโครมิกหรือโซเดียมไซยาไนด์เพื่อช่วยรักษาความเงา
  • หลังจากจุ่มเงาเสร็จสิ้น สามารถนำชิ้นงานไปชุบเคลือบผิวในขั้นตอนต่อไปได้ทันที โดยไม่ต้องทำความสะอาดผิวซ้ำ
  • สามารถใช้งานได้ดีเยี่ยมกับทองเหลืองทุกเกรด รวมถึงทองเหลืองที่มีปริมาณสังกะสีสูง หรือทองเหลืองที่มีตะกั่วผสม
  • รองรับการใช้งานทั้งกับระบบตะแกรงจุ่ม (Rack) และระบบถังกลิ้ง (Barrel)
  • ไม่ต้องตามด้วยการล้างกรดโครมิกหรือโซเดียมไซยาไนด์เหมือนสูตรที่ใช้กรดไนตริก
  • เมื่อน้ำยาเสื่อมสภาพแล้ว จะไม่เป็นสารอันตรายรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม (สามารถบำบัดและทิ้งได้ตามข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม)

อัตราการใช้

ส่วนประกอบ ปริมาณที่ใช้ (ต่อ 1 ลิตร)
น้ำยา Laser B 350 ซีซี (cc)
น้ำกลั่น หรือ น้ำกรองบริสุทธิ์ 650 ซีซี (cc)

การดูแลรักษาน้ำยา

ควรเก็บรักษาน้ำยาในที่เย็นและมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ในระหว่างการปฏิบัติงานควรหมั่นตรวจสอบค่าความเป็นกรด-ด่าง โดยรักษาค่า pH ให้ต่ำกว่า 2.0 เสมอ หากพบว่าค่า pH สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้ทำการปรับสภาพอ่างโดยการค่อยๆ เติมกรดกำมะถันลงไปอย่างระมัดระวัง